Latest Entries
บันทึกเรื่อยเปื่อย : The Artist’s Way
ชีวิตการงาน / นักเขียน / บันทึกเรื่อยเปื่อย / พัณณิดา ภูมิวัฒน์ / พิมพ์ดีด / ลวิตร์ / เนื้อหาสาระ

บันทึกเรื่อยเปื่อย : The Artist’s Way

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้กำลังบำบัดตัวเองนิดหน่อย เลยมาเล่าให้ฟัง ถามว่าทำไมต้องบำบัด เอาจริงๆ ก็คิดว่าคนอื่นอาจจะไม่ต้องทำอะไรแบบนี้ก็ได้ เราเองก็เคยคิดว่าตัวเองไม่ต้องทำเหมือนกัน แต่หลังจากปิด Daemon Bakery มาได้ เราก็อยู่ในสภาพหลอด HP ติดขีดแดงตลอดเวลา ซึ่งทำให้งานหลังจากนั้น (เว้นแต่นิทานอินเดียที่เล่าเอามัน และแดนริมๆ ซึ่งเขียนแบบด้นเรื่องไปข้างหน้า) อยู่ในสภาพติดๆ ขัดๆ นี่ก็เป็นอาการที่เป็นมาปีกว่าแล้ว คือรู้สึกว่าใช้พลังงานไปหมดก็อกมาก จริงๆ ช่วงหลังจากนั้นควรจะพัก แต่ก็คิดว่าทำงานต่อดีกว่า ทำงานเป็นเรื่องดี! จากนั้นก็หงิกอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ =w=” ที่จริงตลอดมานี้ก็ขึ้นๆ ลงๆ เรียกว่าเลวร้ายขนาดหนักไม่ได้ แต่ก็คิดว่าถ้าติดหลอดแดงไปเรื่อยๆ ชีวิตอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ ที่จริงเรามีอีกอาชีพ ดังนั้นถ้าไม่เขียนหนังสือเลยก็อยู่ได้ แต่สำหรับเรา งานเขียนเป็นสิ่งสำคัญ เราคิดว่าคนเราจะมีความสุขได้ก็เพราะ 1. รู้สึกมีความหมาย เช่น เลี้ยงพ่อแม่และแมวได้ งานที่เราทำมีค่ากับคนอื่น (รวมทั้งทำอะไรที่ได้เงินเยอะๆ เพราะคนเราชอบวัดสเตตัสความสำเร็จจากค่าตอบแทน) 2. ทำอะไรบางอย่างที่อยากทำ เช่น ทำงานที่แฮปปี้ มีงานอดิเรกที่แฮปปี้ สำหรับเรา การเขียนหนังสือมันคาบเกี่ยวระหว่างสองข้อนั้นน่ะค่ะ ดังนั้นไม่ว่าสถานการณ์ภายนอก (เช่นวงการอันซบเซา) หรือสถานการณ์ชีวิตจริงๆ … Continue reading

ระหว่างบรรทัด: เขียนนิยายไม่ให้หลงทิศกับโครงสร้าง ABDCE
นักเขียน / พรรษพร ชโลธร / ระหว่างบรรทัด / วัสส์ วรา / สอนเขียน / เนื้อหาสาระ

ระหว่างบรรทัด: เขียนนิยายไม่ให้หลงทิศกับโครงสร้าง ABDCE

สวัสดีค่ะ คราวที่แล้วเราคุยกันว่าจะมาต่อที่หัวข้อเบาๆ เนอะ เอาเป็นว่าเราพูดเรื่องโครงสร้างนวนิยายก็แล้วกัน (เบามั้ยเนี่ย) เพราะเป็นพื้นฐานแรกสุดของการเขียนที่บางทีคนก็ลืมไปเลย คือคนเขียนนิยายแบบเราๆ บางทีก็เขียนไปตามสัญชาตญาณนะคะ ลงรายละเอียด โน่น นั่น นี่ อ้าว กลายเป็นลืมมองภาพรวมเสียอย่างนั้น พูดไปจริงๆ แล้วนวนิยายก็คือการเล่าเรื่องให้คนอ่านฟังนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าควรจะมีทิศทาง นิยายที่เขียนแบบสะเปะสะปะไร้โครงสร้าง (หรือลืมนึกถึงโครงสร้าง) อาจทำให้การเล่าเรื่องของเราไม่มีประสิทธิภาพ เหมือนเดินแหวกพงหญ้าไปมั่วๆ จะไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งขอย้ำว่าไม่ได้เป็นวิธีที่ผิดนะคะ เพราะบางทีก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากๆ อยู่ในพงหญ้า แต่สุดท้ายแล้วนิยายที่เขียนด้วยวิธีนี้ก็จะต้องเอามาเรียบเรียงหรือตบให้เข้าที่เข้าทางอีกที แต่จะเรียงยังไง แล้วอะไรกันล่ะที่เรียกว่าเข้าที่เข้าทาง? วันนี้เราจะมาพูดถึงสูตรโครงสร้างเรื่องพื้นฐานสุดๆ เลยอย่างหนึ่งที่จะช่วยกำกับทิศทางของนิยายให้ชัดเจนมากขึ้น นั่นคือโครงสร้างเรื่องแบบ ABDCE (สังเกตนะคะว่า D มาก่อน C) ABDCE เป็นโครงสร้างหรือสูตรการเขียนเรื่องสั้นที่ Alice Adams นักเขียนชาวอเมริกันคิดขึ้น ซึ่งต่อมาก็มีคนเอามาใช้กับนวนิยายด้วย ตามสูตรนี้เขาบอกว่านวนิยายเรื่องหนึ่งตั้งแต่เปิดมาไปจนถึงตอนจบ เรื่องควรจะเขียนไล่เรียงไปตามตัวอักษรที่ว่ามานั่นแหละ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละตัวอักษร ABDCE นี้แทนอะไรบ้าง A คือ Action นั่นคือแทนที่จะเปิดเรื่องมาด้วยการแนะนำตัวละครแบบจืดๆ ชืดๆ สาวสาแหรกตระกูล จิบกาแฟบรรยายลมฟ้า เดินเล่นในสวน … Continue reading

ตัวช่วยของนักแปล
Aก ขB / การแปล / ชีวิตการงาน / นักแปล / ลมตะวัน / เนื้อหาสาระ / lomtawan

ตัวช่วยของนักแปล

สวัสดีค่ะ หลังจากทีมงานพิมพ์ดีดถูกมรสุมชีวิตและการงานกระหน่ำใส่จนห่างหายจากการเขียนบล็อกไปพักใหญ่ๆ เดือนนี้ก็ทยอยกันกลับมาแล้วนะคะ บล็อกนักแปลนี้ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรให้เขียนเป็นชิ้นเป็นอันอยู่ดี พยายามนึกๆ ว่ามีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้เขียนอีกหนอ ก็ปิ๊งขึ้นมาได้ว่าเคยมีคนถามเรื่องพจนานุกรมที่ใช้และวิธีการนานาในการขวนขวายหาคำตอบในเรื่องต่างๆ จึงถือโอกาสนี้มาเล่าถึงเทคนิคและเว็บไซต์ต่างๆ ที่ช่วยให้เรารอดชีวิตมาหลายครั้งละกันค่ะ อินเตอร์เน็ตนี่มันดีมากๆ เลยนะคะ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ นักแปลสมัยก่อนต้องมีทั้งพจนานุกรมเล่มหนาๆ ปทานุกรมเล่มโตๆ สารานุกรมชุดละหลายสิบเล่ม เพื่อช่วยในการทำงาน กว่าจะค้นจะเปิดจะเจอก็เหนื่อยกันเหลือเกิน เดี๋ยวนี้แค่พิมพ์ๆ คลิกๆ นิดหน่อยก็พอ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความถูกต้องเหมือนกันนะคะ http://www.thefreedictionary.com เว็บพจนานุกรมที่เรา bookmark ไว้ใช้ประจำคือที่นี่ละค่ะ กว้างขวางครอบคลุมมากกก พอค้นคำนึงปุ๊บ เราก็จะเห็นทั้งความหมายในรูปแบบต่างๆ พร้อมตัวอย่างประโยค คำพ้อง คำตรงข้าม ฯลฯ นอกจากนี้ ก็ยังมีพวกสำนวนต่างๆ ไปจนถึงคำอุปมา พจนานุกรมศัพท์แพทย์ ศัพท์กฎหมาย ไปจนถึงสารานุกรม แค่ค้นที่นี่ก็แทบจะได้คำตอบทุกอย่างแล้วค่ะ http://www.urbandictionary.com เว็บไซต์แรกด้านบนนั้นไม่ถนัดเรื่องศัพท์แสลงเสียเท่าไหร่ หากเป็นแสลงเปรี้ยวปรี๊ด ไปจนถึงคำด่าต่างๆ นานา ก็ต้องที่นี่เลยค่ะ คนมากมายช่วยกันรวบรวมศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มแสนประหลาดอัศจรรย์เอาไว้ ซึ่งก็… ออกแนวสองแง่สองง่ามเสียเยอะมาก แต่ก็ต้องระวังหน่อยนะคะ คือบางคำมันตีความหมายได้หลายอย่าง ถ้าเลือกผิดก็อาจจะคิดจนตัวตายได้ http://www.wikipedia.org คุณวิกิสุดที่รักคือสิ่งที่จะขาดไม่ได้ในการแปลหนังสือ แม้จะไม่ใช่แหล่งอ้างอิงที่ใช้ในงานวิชาการได้ แต่ก็เหมาะสำหรับคนธรรมดาที่จะทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ … Continue reading

บันทึก 70 แกรม : การเขียนเรื่องย่อ 1
ชีวิตการงาน / นักเขียน / บทโทรทัศน์ / สอนเขียน / เนื้อหาสาระ / เมเปิ้ลสีขาว / Uncategorized

บันทึก 70 แกรม : การเขียนเรื่องย่อ 1

สวัสดีค่ะ ทักทายกันอีกครั้งนะคะ เราหายไปนานเพราะมีหลาย ๆ เรื่องในชีวิตที่ทำให้ไม่พร้อม ย้อนกลับไปดูบทความเก่า เห็นว่าเขียนเรื่องการเขียนเรื่องผีเอาไว้ ยังไม่จบ แต่ตอนนี้ยังต่อไม่ค่อยติดเท่าไหร่ เอาเป็นวันติดไว้ก่อนนะคะ เรามาเปิดหัวข้อว่าด้วยเรื่องย่อกันดีกว่าค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องย่อเป็นส่วนที่ง่าย ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเสียทีเดียวนักค่ะ (ยกเว้นให้คนที่ถนัดจริงๆ ล่ะนะ) แต่จากประสบการณ์ของเราแล้ว นักเขียนส่วนใหญ่จะมีปัญหากับเรื่องย่อ สนพ. ด้วยก็เช่นกัน ศาสตร์แห่งเรื่องย่อ นั้นไม่ได้เน้นหนักในเรื่องของการเขียนเพียงอย่างเดียวค่ะ เช่นเดียวกับการเขียนเรื่องยาวก็คือต้องมีเรื่องของการ “นำเสนอ” ด้วย แต่ความยากของเรื่องย่อก็คือ จำนวนพื้นที่จำกัด เพราะจุดประสงค์ในการทำเรื่องย่อก็คือ เพื่ออำนวยความสะดวกในกรณี บ.ก. ทำการคัดต้นฉบับ เนื่องจากปกติแล้วต้นฉบับจะเข้ามายังสนพ.เป็นจำนวนมาก การมีเรื่องย่อนอกจากจะช่วยให้ประหยัดเวลาการทำงานของบ.ก.แล้ว ยังช่วยร่นระยะเวลาในการรอการพิจารณาต้นฉบับของนักเขียนด้วย เรื่องย่อในบางกรณีมาในรูปแบบคำโปรย หรืออาจจะเป็นเรื่องย่อประมาณครึ่งหน้ากระดาษในกรณีนี้ก็จะช่วยให้คนอ่านในการตัดสินใจซื้อหนังสือ และยังช่วยให้พนักงานขายหนังสือได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์หรือหนังสือที่จะขายด้วย ช่วยในเรื่องการคัดเลือกเรื่องไปทำละคร โดยปกติแล้วผู้จัดละครจะไม่ค่อยมีเวลาค่ะ การคัดเลือกเรื่องเพื่อทำละครนั้นจริง ๆแล้วมีหลายปัจจัยที่จะทำให้นิยายเรื่องหนึ่งเป็นละครได้ (มากที่สุดก็คือเป็นนิยายที่ดังค่ะ) แต่ปัจจัยหนึ่งที่มีผลแน่นอนก็คือเรื่องย่อที่ผู้อ่านและคนของช่องที่จะได้อ่านค่ะ พออ่านความสำคัญของเรื่องย่อ ทั้งสามข้อใหญ่ ๆ นี้ คงพอจะทำให้หลายคนเห็นว่า น้ำหนักของการเขียนเรื่องย่อไม่ได้อยู่ที่การเขียนเป็นหลัก แต่มันอยู่ที่การนำเสนอค่ะ ทีนี้ก่อนจะมาดูว่าเราจะเขียนเรื่องย่ออย่างไรให้น่าสนใจ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่า ย่อเรื่องนี่ย่อแค่ไหนดี? ควรย่อละเอียดไหม? หรือควรย่อกี่หน้าดี? โดยปกติแล้วก็ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าเรื่องย่อนี่จะต้องกี่หน้า … Continue reading

นิยาย VS ละครโทรทัศน์ (จบ)
ชีวิตการงาน / นักเขียน / บทสัมภาษณ์ / บทโทรทัศน์ / Uncategorized

นิยาย VS ละครโทรทัศน์ (จบ)

ตอนที่ 1 ———— ด้วยลักษณะสื่อและคนรับสารที่แตกต่างกันระหว่างนิยายกับละครที่กล่าวไปในตอนแรก   ทำให้ช่วงแรกที่ฉันได้ไปเขียนบทละคร ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ก็ว่าได้ เพราะละครที่เขียนนั้นเน้นการเดินเรื่องเร็วเพื่อให้เกิดความตื่นเต้น น่าติดตาม  แล้วยังมีเรื่องของการถ่ายทำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  ข้อจำกัดในการถ่าย งบประมาณ คิวนักแสดง คิวของโลเกชั่นที่ให้เข้าไปถ่ายทำ ฝนฟ้าไม่เป็นใจ และอื่นๆ อีกหลายอย่างทำให้บางครั้งสิ่งที่เขียนไปใช้ไม่ได้ ต้องปรับเปลี่ยน ให้เหมาะสมกับการทำงานของทีมงานกองถ่าย ผิดกับตอนที่เขียนนิยาย อยากจะเขียนอะไรก็สามารถเขียนได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจินตนาการ  เหมือนการเล่าเรื่องและให้คนอ่านไปคิดต่อ แต่การทำละครคือการทำให้จินตนาการกลายเป็นความจริง เป็นสิ่งที่จับต้องได้ …และการทำทุกอย่างให้เป็นจริง จะต้องใช้เงินและเวลา เป็นเหตุผลที่ว่าทำไม นิยายเมื่อมาเป็นละคร ถึงถูกปรับเปลี่ยน ก็เพื่อการทำงานและการนำเสนอที่เหมาะสมกับงบประมาณ เวลาและวิธีการถ่ายทำนั่นเอง แต่ก็ยังยึดแก่นของนิยายเอาไว้ อะไรที่ควรลงทุน ก็ลงทุน เวลาฉันเขียนบทละครสิ่งที่คิดก่อนเขียนก็คือว่าฉากนี้ยากไปไหม หรือไม่บางทีก็เขียนไปก่อน แล้วส่งให้ผู้กำกับดูว่าโอเคหรือเปล่า ถ้าไม่โอเค ก็ค่อยๆ ปรับกัน มีประโยคหนึ่งที่เคยได้ยินในกองถ่าย ‘สัตว์ เด็ก เอฟเฟกต์ สลิง’ เป็นสิ่งที่ถ่ายยาก ถ้าไม่จำเป็นต้องมีก็เขียนหลบๆ ไปก็ได้  ก่อนหน้านี้ ฉันเคยทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับละคร พิสูจน์มาแล้วว่าถ่ายยากจริง เคยถ่ายที่มีม้าเข้าฉากด้วย เสียเวลาเป็นวันๆ ในการถ่าย ฉากบู๊ยิงกระจุย … Continue reading

บัญญัติ 10 ประการนิยายนักสืบของ เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์
นราเกตต์ / นักเขียน / นึกจะเขียน / พิมพ์ดีด / สอนเขียน / สืบสวนสอบสวน

บัญญัติ 10 ประการนิยายนักสืบของ เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์

ทีแรกว่าจะเอากฎ 20 ข้อ ของแวน ไดน์ (S. S. Van Dine) มาฝาก แต่ดูๆ ไปแล้วกฎพวกนั้นล้าสมัย แนวคิดก็ค่อนข้างจะจำกัด ห้ามโน่นห้ามนี่ (ที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก) เลยขอข้ามจากฝั่งอังกฤษเจ้าระเบียบ มายังนักเขียนนิยายรหัสคดีฝั่งอเมริกันกันบ้าง นั่นคือ Raymond Chandler ในช่วงที่เขาได้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมชิ้นเอก ในช่วงปี 1949 ก็ได้บัญญัติกฎ 10 ประการขึ้นมา ว่าในงานของเขาต้องมีอะไรบ้าง ซึ่งบัญญัตินี้ก็ถือว่าเป็นรากฐานของนิยายแนวนักสืบอเมริกันที่ใช้ได้มาถึงปัจจุบัน บัญญัติ 10 ประการของ เรย์มอนด์ แชนเลอร์  1. เรื่องต้องมีแรงจูงใจที่น่าเชื่อถือ ทั้งตัวสถานการณ์เบื้องต้นเองและการคลายปมในตอนท้าย 2. วิธีการฆาตกรรมและสืบสวนต้องสมเหตุสมผลในเชิงเทคนิค 3. ตัวละคร ฉาก และบรรยากาศต้องสมจริง ต้องเกี่ยวกับคนจริงในโลกความจริง 4. ต้องมีคุณค่าของการเล่าเรื่องนอกเหนือจากองค์ประกอบที่เป็นปมปริศนา กล่าวคือการสืบสวนเองนั้นต้องเป็นการผจญภัยที่ควรค่าแก่การอ่าน 5. เรื่องต้องมีความเรียบง่ายเท่าที่จำเป็น พอให้อธิบายได้ไม่ยากเมื่อถึงเวลา 6. เรื่องต้องทำให้คนอ่านที่ฉลาดพอสมควรรู้สึกงงงันได้ 7. คำตอบต้องดูเลี่ยงไม่ได้เมื่อเปิดเผยออกมาแล้ว 8. เรื่องต้องไม่พยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน ถ้าเป็นเรื่องการไขปริศนาในบรรยากาศค่อนข้างเยือกเย็นมีเหตุผล … Continue reading

A Little Journey : Meeting with a Remarkable Man (จบ)
A Little Journey / นิยาย / พัณณิดา ภูมิวัฒน์ / ลวิตร์ / แฟนตาซี

A Little Journey : Meeting with a Remarkable Man (จบ)

ที่มา: http://www.trover.com/d/yJPu-isle-of-skye-highland-scotland -4-   เทย์ทรุดนั่งลง เขาเหนื่อยแล้ว แม้จะไม่ได้ใช้กำลังกาย แต่การสร้างจินตนาการต้องใช้พลังสมาธิสูง ทำให้รู้สึกล้า เขาไม่ใช่หนุ่มๆ แล้ว อีกอย่าง…ไอ้เจ้าชายก็บ้าพลังมากทีเดียว แต่เพราะมันสร้างโลกได้อย่างบ้าคลั่งขนาดนั้น เขาเลยพลอยสนุกด้วยอย่างช่วยไม่ได้ นานมากแล้วที่ไม่มีอะไรให้บริหารความคิดถึงขั้นนี้ เขาก็เพลิน…เกินไป มันบ้ามาก มีรายละเอียดมหาศาล ไม่รู้ว่าอุตส่าห์คิดยิบย่อยเป็นขั้นเป็นตอนขนาดนั้นได้อย่างไร แต่โลกของมันก็น่าสนใจดี มีปัจจัยต่างๆ ให้บิดเปลี่ยนและพลิกเล่นมากมาย “ท่านเลิกแล้วหรือ” ไอ้เจ้าชายถาม…แน่นอนว่ายังหน้าตาย แต่เขามั่นใจว่ามันผิดหวังหน่อยๆ อยู่เหมือนกัน “ข้าจะตายแล้ว เจ้าอยากให้แม่ของหนูวาลเป็นม่ายหรือไง” เจ้าชายเลิกคิ้วนิดหนึ่ง มันเดินข้ามมาใกล้ ก่อนนี้เขากับมันต่างอยู่บน “ฟ้า” คนละด้าน เพื่อจะได้มองภาพรวมของบ้านเมืองอันมหึมามโหฬาร บางทีพวกเขาก็ลงไปเดินตามถนนเพื่อดูสภาพของประชาชนเหมือนกัน แต่เพราะโลกมหึมามาก ส่วนใหญ่จึงต้องดูจากเบื้องบน ตอนนี้ก็ยังอยู่บนฟ้า แต่เจ้าชายข้ามมานั่งด้วย สองคนจึงมองลงไป…โลกใหญ่จริงๆ เทย์ไม่ทันรู้ตัวว่าบ้าสร้างกันขนาดไหน แต่พอได้หยุดมองความใหญ่เต็มตา เห็นกระทั่งระบบดวงดาวใหม่ยกชุด ทวีปอีกประมาณสี่ห้าทวีป (มีทวีปสาบสูญในตำนานหนึ่งทวีป ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน) วัฒนธรรมและเผ่าไม่ทราบจำนวน สภาพภูมิศาสตร์ถูกต้องตามระเบียบทุกประการ นี่ยังไม่นับมหาสมุทรกับปลาประหลาดๆ อีกหลายล้านตัว พ่อมดก็ต้องนึกหนาวนิดๆ ขึ้นมา “เจ้าเป็นอัจฉริยะสินะ” เขาออกความเห็น “ระบบความคิดใหญ่มาก ไม่ใช่คนธรรมดา” … Continue reading

ระหว่างบรรทัด: “ความเยอะ” กับบทบรรยาย
นักเขียน / พรรษพร ชโลธร / ระหว่างบรรทัด / วัสส์ วรา / สอนเขียน / เนื้อหาสาระ

ระหว่างบรรทัด: “ความเยอะ” กับบทบรรยาย

เคยตั้งคำถามไหมคะว่านิยายที่เราเขียนควรจะบรรยายเยอะหรือน้อยแค่ไหน บรรยายเยอะหรือน้อยดีกว่ากัน คำตอบคือ “เยอะในที่ที่ควรเยอะ และน้อยในที่ที่ควรน้อย” พูดแบบนี้อาจจะฟังดูกวนประสาท แต่ความน้อยหรือความเยอะนั้นไม่มีกฎตายตัว แต่ขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่าง ในที่นี้เราจะพูดถึงปัจจัย 3 อย่างที่เห็นได้ชัดนะคะ นั่นคือ 1.กลุ่มลูกค้า 2. Pacing 3. จุดเน้น กลุ่มลูกค้า เราต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังเขียนหนังสือให้ใครอ่าน เพราะนิยายแต่ละแบบก็จะมีกลุ่มลูกค้าไม่เหมือนกัน ปัจจัยต่างๆ เช่น ช่วงอายุของคนอ่าน จะเป็นตัวกำหนดว่านิยายควรบรรยายเยอะหรือน้อยอย่างไร ต้องบอกก่อนว่าโดยภาพรวมแล้วนิยายจะบรรยายน้อยลงเรื่อยๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพราะโลกเราทุกวันนี้เร็วขึ้น คนเราเคยชินกับการเสพสื่อที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นงานศิลปะแทบทุกอย่างก็จะเร็วขึ้นตามโลกเหมือนกัน เราจะเห็นว่าละครเดี๋ยวนี้สั้นขึ้น เดินเรื่องเร็วขึ้น เพลงมีจังหวะรวดเร็วขึ้นกว่าเมื่อห้าสิบปีก่อน นิยายเองก็เร็วขึ้นเหมือนกัน ด้วยการบรรยายที่น้อยลงนี่เอง แต่ถึงอย่างนั้นจะสรุปฉัวะไปเลยว่างั้นก็ไม่ต้องบรรยายอะไรมากก็ไม่ถูก เราต้องดูด้วยว่ากลุ่มลูกค้าที่เราเขียนให้อ่านคือใคร เราอาจเคยได้ยินถึงพฤติกรรมที่ต่างกันของคนยุคเบบี้บูมเมอร์ เจ็นเอ็กซ์ เจ็นวาย ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่อง “เด็ก” กับ “ผู้ใหญ่” นะคะ แต่เป็นเพราะคนเหล่านี้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันและมีความเคยชินต่างกัน ความเคยชินในการอ่านนิยายก็เหมือนกัน คนอ่านที่เป็นรุ่นก่อนๆ จะชินกับบทบรรยายที่เยอะกว่าคนอ่านรุ่นใหม่ๆ ซึ่งโตมากับข้อความสั้นๆ และสื่อมัลติมีเดียมากกว่าสิ่งพิมพ์ยาวๆ บนกระดาษ ดังนั้นถ้าเราเขียนนิยายที่เจาะกลุ่มคนอ่านรุ่นใหญ่หน่อย เราก็อาจต้องบรรยายเยอะกว่าเขียนให้เด็ก ไม่ใช่แค่วัย … Continue reading

นึกจะเขียน : บัญญัติ 10 ประการนิยายนักสืบของน็อกซ์
นราเกตต์ / นึกจะเขียน / พิมพ์ดีด / สอนเขียน / สืบสวนสอบสวน

นึกจะเขียน : บัญญัติ 10 ประการนิยายนักสืบของน็อกซ์

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนิยายนักสืบกันนะคะ ภาพจำสำหรับนิยายแนวนี้ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือมีนักสืบมาไขคดีฆาตกรรมต่างๆ ทั้งมาเดี่ยวและมาคู่ พยายามขบคิดแก้ไขปมกันไปทีละเปลาะ ขณะที่คนอ่านเองก็ร่วมเดาคนร้ายตามเบาะแสในตัวอักษรไปด้วยพร้อมๆ กัน ดังนั้นการเขียนนิยายนักสืบ หรือสืบสวนสอบสวนจึงเหมือนกับเป็นการเล่นกับความคิดคนอ่านไปด้วย โรนัลด์ น็อกซ์ Ronald Arbuthnott Knox (1888 – 1957) เป็นนักบวชอังกฤษ เป็นทั้งบรรณาธิการ นักวิจารณ์วรรณกรรม นักเขียนนิยายนักสืบได้วางบัญญัติ 10 ประการของนิยายสืบสวนเอาไว้ดังนี้ 1. ฆาตกร จะต้องมีตัวตนมาตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ไม่ใช่คนที่ผู้อ่านติดตามความคิดของเขาได้ 2. ไขคดีด้วยเหตุและผล ไม่ใช้อภินิหาร 3. ห้ามเขียนถึงห้องลับเกินหนึ่งห้อง หรือทางเดินลับเกินหนึ่งช่องทาง 4. ห้ามใช้สารพิษที่ยังไม่มีการค้นพบ หรือใช้เครื่องมือใดๆ ที่จำเป็นต้องอธิบายทางวิทยาศาสตร์อย่างยืดยาวในตอนท้าย 5. อย่าใช้ “ตัวละครคนจีน” (สมัยก่อนนี้นักเขียนนิยายสืบสวนจำนวนมากจะใช้คนจีนหรือคนเชื้อสายจีนเป็นตัวร้าย ทำให้พอมีตัวละครจีนออกมา คนอ่านก็จะทราบว่าเป็นฆาตกรทันที สำหรับข้อนี้จึงพูดได้อีกอย่างว่า ห้ามใช้ตัวละครที่ใช้กันจนเฝือนั่นเอง) 6. อย่าให้นักสืบไขคดีด้วยอุบัติเหตุโชคช่วย หรือด้วยการสังหรณ์เอาแบบไม่มีเหตุผล แล้วดันแม่นคลี่คลายได้ด้วยความบังเอิญ 7. นักสืบต้องไม่เป็นคนร้ายเสียเอง 8. นักสืบต้องไม่ได้เบาะแสซึ่งคนอ่านไม่ได้รู้เห็นด้วยในทันที 9. ถ้ามีผู้ช่วยนักสืบเป็นคนเล่าเรื่อง ผู้อ่านต้องทราบความคิดอ่านของเขาได้โดยตลอด และสติปัญญาความฉลาดเฉลียวของเขาจะต้องน้อยกว่าคนอ่านโดยเฉลี่ยเล็กน้อย … Continue reading

บันทึกเรื่อยเปื่อย : เล่านิทานกันดีกว่า (1)
บันทึกเรื่อยเปื่อย / พัณณิดา ภูมิวัฒน์ / พิมพ์ดีด / ลวิตร์

บันทึกเรื่อยเปื่อย : เล่านิทานกันดีกว่า (1)

  ที่มา: http://all-free-download.com/free-vector/download/india-ham-pattern-vector-background_151045.html สวัสดีค่ะ เนื่องจากยังนึกบทความไม่ออก (จริงๆ มีหัวข้อแหละ แต่ข้อมูลยังไม่พอ) สัปดาห์นี้เลยจะมาเล่านิทานเรื่องที่ชอบให้ฟังแทน เรื่องนี้ปรับมาจากนิทานเรื่องสุกันยา ในหนังสือภารตนิยายของอาจารย์ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา เป็นหนังสือที่เราชอบมาก มีทั้งฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆ เป็นเล่มบางๆ และฉบับรวมเล่มหนาปึก ซึ่งมีนิทานอินเดียที่อาจารย์แปลและเรียบเรียงมาครบทั้งร้อยเรื่อง สำนวนเล่าอาจจะเถื่อนๆ นิดหน่อย เพราะตั้งใจเขียนเหมือนเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง ก็อ่านเหมือนคนเล่าที่กำลังชอบเรื่องที่ตัวเองเล่ามากแล้วกันนะคะ XD นอกจากนี้ยังมีนิทานอื่นๆ ที่เราเล่าให้คนอ่านฟังนานๆ ทีที่เพจ ถ้าใครอยากไปดู ก็สามารถดูได้ที่ อัลบั้มนี้ ค่ะ (กดดูตามรูป) ### กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีฤาษีคนหนึ่งชื่อจยวนะ (อ่านว่าจะยะวะนะ) เป็นลูกของฤาษีภฤคุ และเป็นหลานของพระพรหม ชื่อจยวนะ แปลว่า ตกจากครรภ์ ที่ชื่ออย่างนี้เพราะตอนแม่ฮีท้องและพ่อฮีไม่อยู่ มีอสูรมาลักพาตัวแม่ไป แม่ก็ตกใจพยายามดิ้นรนต่อสู้จนครรภ์กระทบกระเทือน ลูกไหลออกมา แต่ลูกคนนี้มีฤทธิ์เลยกลายเป็นไฟเผาอสูร ช่วยแม่ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด ลูกจึงออกมาอัปลักษณ์มาก ตัวบิดเบี้ยวเตี้ยแคระ หน้าตาเละไม่ได้รูป แถมผิวหนังยังแห้งย่นทั้งตัวเหมือนเปลือกไม้ แม่เห็นอย่างนี้ก็เสียใจมาก กอดลูกร้องไห้ ขอโทษๆ ร้องไห้เยอะแยะจนกลายเป็นแม่น้ำชื่อวสูธรา แล้วก็อุ้มลูกกลับอาศรมไป พ่อฮีกลับมาพอดี … Continue reading